Header Ads

#ถึงกับพูดไม่ออก! #"น้องก็อต" พูดทั้งน้ำตา หาก "บูบู้" จะรับกลับเลี้ยงดูทำหน้าที่พ่อ ฟังแล้วคนเป็นพ่อแทบใจสลาย!

Loading...
" หนึ่ง ชนิษฐา สุวีรานุวัฒน์" อดีตภรรยา "บูบู้ กำธร โพธิ์น้ำคำ" พร้อมด้วย "น้องก็อต" ได้ออกมาเปิดใจ ที่สถานีโทรทัศน์อัมรินทร์ทีวี 34 ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังมีดราม่า



"ทราบว่า บูบู้ เป็นคุณพ่อตนเองตอนที่ไปทำบัตรประชาชน แล้วข้อมูลไม่ตรงกับพ่อคนปัจจุบัน พอรู้ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร แค่เข้าใจรับรู้ว่าคนนี้นะคือคุณพ่อเรา พอกลับบ้านมาก็ลองค้นหาชื่อในอินเตอร์เน็ต แล้วถามแม่ว่ายังได้คุยกันอยู่ไหม แม่ก็บอกว่ายังติดต่ออยู่ เราก็โอเค ไม่ขอเข้าไปยุ่ง จนอายุ 17 ปี ก็เลยลองทักไปแนะนำตัวให้รู้ว่าผมเป็นใคร แต่พ่ออาจจะไม่มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ติดต่อไป เพราะอยากเจอ อยากคุย อยากกอดสักครั้ง ต้นปีที่ผ่านมาก็เลยพยายามติดต่อคุณพ่อด้วยตัวเอง โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยติดต่อกันเลย ติดต่อผ่านอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ค ได้คุยกันไม่เกิน 6 ครั้ง จนในที่สุดก็ถูกบล็อก เข้าใจว่าคุณพ่ออาจจะคิดว่าเราแอบอ้าง ยอมรับว่าน้อยใจเหมือนกัน ที่คุณพ่อมีหน้าที่การงานที่ดี แต่เลี้ยงดูผมไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็เข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นเขาทำมาด้วยตัวเขาเอง เราไม่ควรไปก้าวก่ายส่วนนั้นของเขา เขาทำธุรกิจสร้างตัวมา ก็เป็นสิทธิ์ที่เขาจะใช้ชีวิตของเขาผมยินดีที่เขาใช้ชีวิตได้ตามที่เขาฝัน ถามว่าวันนี้ยังอยากเจอคุณพ่ออยู่ไหม ยังอยากเจอครับ แค่ได้เจอ ได้คุย ดูว่าหน้าเหมือนกันไหม อยากกอดสักครั้งหนึ่ง ไม่ได้อยากจะเรียกร้องอะไร ความน้อยใจไม่มีแล้ว มีแต่ความรู้สึกผิดที่มีคนไปโจมตีคุณพ่อ เราไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ กระแสที่เข้ามาถึงตัวผมก็มีทั้งบวกและลบ เข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น แต่ไม่อยากให้ใครไปโจมตี อยากให้ฟังคำอธิบายจากเราก่อน

ด้าน "น้องก็อต" กล่าวว่า

"ตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือการได้เรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อจะได้ช่วยแม่ขายของด้วย ถามว่าถ้าพ่อบูบู้จะขอเอาผมไปเลี้ยงดู ก็คงต้องคุยกันก่อน เพราะผมเองก็เป็นห่วงความรู้สึกคุณพ่อคนปัจจุบัน ถ้าเลือกได้ก็คงไม่ไปดีกว่า ผมอยากอยู่กับครอบครัวทางฝั่งนี้เพราะเขาก็เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เด็ก แค่อยากกอด อยากเจอพ่อแค่นั้นครับ สุดท้ายนี้ผมอยากจะขอโทษคุณพ่อ ที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ ผมไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ อยากเจอและขอโทษคุณพ่อด้วยตัวเองตอนที่อยู่ด้วยกัน"
" หนึ่ง ชนิษฐา" กล่าวเสริมว่า "ตั้งแต่เกิดเรื่องบูบู้ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา คนที่ติดต่อบูบู้ได้คือน้องชาย ซึ่งได้เจอกับผู้จัดการของบูบู้ ได้คุยกันประมาณ 5-6 ครั้ง ค่าใช้จ่ายลูก เข้ามาดูแลเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผู้จัดการเขาเป็นคนติดต่อมาว่าตกลงให้เดือนละ 3,000 บาท ส่งมาให้ทุกเดือนอาจจะช้าบ้างแต่ก็ส่ง แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ขอเพิ่มไปก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งเราก็เข้าใจ คนเราก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง เขาเองก็ต้องสร้างเนื้อสร้างตัว เพื่อชีวิตของเขา แต่เรื่องค่ารักษาพยาบาลน้อง อันนี้คือไม่ได้อยู่ในข้อตกลง แต่ตอนนั้นหนทางการรักษาคือยังไงเราไม่รู้ สิทธิ์ 30 บาทก็ไม่ครอบคลุม ก็เลยติดต่อไปหาเขา จริงๆ เราไม่ได้อยากออกมาพูดเลยนะ เราก็อยู่ในโลกของเรากับครอบครัวของเราที่ต่างจังหวัด แต่ลูกอยากจะเจอ อยากจะกอดพ่อแท้ๆ ของตัวเองวันนี้พาลูกมากรุงเทพฯ ถ้าบูบู้พร้อมเจอลูก เราก็พร้อมที่จะพาลูกไปเจอเขา คือถ้าเราอยากจะเรียกร้องจริงๆ คงไม่ต้องรอให้พี่เขาแต่งงาน เพื่อออกมาเปิดเผยตอนนี้ให้เขายิ่งต้องเจ็บ เราเป็นผู้หญิงเข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกันดี ว่าถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว แฟนไม่ได้บอกเราก่อน มันรู้สึกเจ็บแค่ไหน แต่พอลูกต้องการพื้นที่ตรงนี้เราก็ต้องยืนอยู่ข้างหลังลูก ในกรณีของพี่แหม่มโพธิ์ดำ เราก็ต้องขอบคุณที่เขาให้ความกรุณา ที่เรื่องมาถึงวันนี้ก็เพราะพี่เขาส่วนหนึ่ง แต่เรื่องข้อเสนอที่ว่าพ่อเขาจะส่งลูกเรียนหรือเปล่า อันนี้ยังไม่ได้คุยกัน จะเอายังไงเราคงต้องคุยกันก่อน ถ้าบูบู้เขายื่นข้อเสนอมาว่าจะเอาลูกไปเลี้ยงดูเองอันนี้ก็คงต้องแล้วแต่ตัวลูกเลย แต่ก็กังวลว่าคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่แรก จะเข้ากันได้หรือเปล่า ถามว่าเงิน 3,000 ที่เขาส่งให้น้อยไปไหม สำหรับเรามีค่านะในวันที่เราไม่มี แต่ถ้าลูกได้เรียนจริงจังก็คงต้องขอเพิ่ม เพราะค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มขึ้น"

http://www.siamdrama.com/view-6883.html
Powered by Blogger.