Header Ads

#อุทาหรณเตือนใจ! #เด็กหญิงวัย 5 ขวบนอนหลับกลางวันที่โรงเรียน ครูปลุกไม่ตื่นหลับยาวกว่า 7 เดือน รู้เลยต้องระวังกันให้มาก!!

Loading...



(2 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางสายไหม โพตะมี รองผู้อำนวยการร.ร.ประสาทวิทย์ เขตเทศบาลเมืองเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ว่ามีเด็กหญิงอายุ 5 ปี จู่ๆ มีอาการเกร็งแล้วกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา พ่อไม่สามารถทำงานได้ต้องมาเฝ้าลูก ขณะที่แม่ต้องทำงานคนเดียว ที่สำคัญพี่ชายอายุ 13 ปี ต้องออกไปบิณฑบาตกับพระ เพื่อนำข้าวมาให้พ่อแม่และน้องรับประทานประทังชีวิต เนื่องจากรายได้ไม่พอ วอนสังคมช่วยเหลือ

หลังรับแจ้งแล้วผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านที่ได้รับแจ้งอยู่บ้านเลขที่ 79/3 ม 2 ต.เจ้าเสด็จ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าบ้านหลังดังกล่าวอยู่ติดคลองเจ้าเจ็ดและน้ำกำลังสูงขึ้นใกล้ท่วมแล้ว เป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้น สภาพเก่ามาก ไม้พื้นปลูกแบบไม้เก่ามาต่อกันเป็นห้องโล่งๆ โดยมีนายรังสรรค์ ดวงดารา อายุ 42 ปี และนางมณฑา เกตุโชติ อายุ 39 ปี สองสามีภรรยากำลังนั่งดูแลลูกสาวคือ ด.ญ.ลลิดา หรือ น้องน้ำอายุ 5 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล ร.ร.วัดเจ้าเจ็ดนอก อ.เสนา ซึ่งอยู่ในอาการนอนหลับนิ่งสนิท ที่คอมีการเจาะเพื่อเป็นท่ออากาศหายใจ และที่ท้องมีการเจาะเพื่อที่จะให้อาหาร นายรังสรรค์ผู้เป็นพ่อพยายามที่จะเรียกให้ลูกตื่นขึ้นมา แต่ก็ไม่เป็นผล


นายรังสรรค์เปิดเผยด้วยน้ำตาคลอว่า ลูกสาวเป็นเด็กร่าเริง โดยช่วงบ่ายวันที่ 4 มี.ค. 59 ครูได้ให้น้องน้ำนอนหลับเหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่เมื่อได้เวลาตื่นปรากฏว่าน้องน้ำไม่ยอมตื่น ครูจึงทำการปลุก แต่คราวนี้ไม่เหมือนทุกวันน้องน้ำมีอาการเกร็งทั้งตัว เหมือนอาการชักทั้งที่ตายังหลับอยู่ ครูพยายามช่วยเหลือนำส่ง รพ.เสนา แล้วนำส่งต่อ รพ.จุฬาฯ ไปนอนอยู่สองเดือนเศษโดยแพทย์บอกว่าน้องน้ำมีอาการสมองฝ่อ ทำให้ขาดออกซิเจนเลี้ยงในสมอง จึงทำได้แค่นัดมาดูอาการ โดยเป็นเวลา 7 เดือนแล้วที่ให้น้องน้ำนอนอย่างนี้ โดยมีท่อหายใจและให้อาหารทางสายยาง ซึ่งน้องน้ำจะนอนนานมาก เวลาตื่นขึ้นก็จะมีการเกร็งอย่างรุนแรง ซึ่งพ่อแม่พยายามจะช่วยแต่ไม่ทราบจะทำอย่างไร

ทุกวันนี้ห่วงเรื่องการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจและให้อาหารต้องดูแลอย่างใกล้ชิด จนพ่อไม่สามารถที่จะไปทำงานรับจ้างทั่วไปได้เหมือนก่อน ส่วนแม่เป็นลูกจ้างชั่วคราวของ รพ.เสนา มีรายได้เดือนละ 7 พันบาท ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายสูงมากต้องซื้อแพมเพิสเยอะมาก เพราะลูกช่วยตัวเองไม่ได้ อาหารก็ต้องซื้อผักฟักทอง กล้วยตามที่แพทย์สั่งนำมาบด ทำให้ครอบครัวลำบากมาก

นายรังสรรค์ยังกล่าวต่อด้วยว่า ทุกวันนี้ตอนเช้าได้กินข้าวจากการที่ลูกชาย คือ ด.ช.วราวุฒิ ดวงดารา อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม. 1 ที่ต้องตื่นตีห้าไปเดินช่วยพระถือข้าวของรับบิณฑบาต เพื่อที่จะได้ขอแบ่งข้าวปลาอาหารมาให้พ่อแม่ตอนเช้ารับประทาน และบางส่วนก็ให้น้อง ซึ่งเป็นอย่างนี้มานาน 7 เดือนแล้ว ตนอยากมีอาชีพเสริมที่รับจ้างทำงานอยู่กับบ้านเพื่อดูแลลูก และอยากขอความช่วยเหลือจากผู้มีจิตเมตตา เนื่องจากตอนนี้ต้องใช้เงินในการพาไปหาหมอที่รพ.จุฬาตานัด ต้องเหมารถครั้งละ 1,500 บาท ซึ่งผู้ที่จะช่วยเหลือ บริจาคเงินเข้าบัญชีนางมณฑา เกตุโชติ ธนาคารกรุงไทย สาขาศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออมทรัพย์เลขที่ 980-669-7103

ด้าน ด.ช.วราวุฒิ เปิดเผยว่าตนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเดินถือสัมภาระของที่ชาวบ้านใส่บาตรให้กับหลวงพ่อที่วัดเจ้าเจ็ดนอก โดยพ่อจะเป็นคนพาไปส่งที่วัดทุกเช้า จากนั้นก็จะเดินไปกับพระตามถนนหน้าวัดไปถึง รพ.เสนา แล้วเดินกลับระยะทางไปกลับประมาณ 3 ก.ม. จากนั้นหลังช่วยงานที่วัดแล้วก็จะขอข้าวหลังพระฉันแล้ว เพื่อมาให้พ่อกับแม่รับประทาน และตนก็จะอาศัยรับประทานก่อนไปโรงเรียน

http://www.siamvariety.com/view-18253.html
Powered by Blogger.