Header Ads

#นาทีสลด! #รถจยย.ตัดหน้ารถบัสกะทันหัน ทำให้ ร่างของป้าติดอยู่ใต้ท้องรถเสียชีวิตคาที่-หลานวัย 3 ขวบบาดเจ็บ! (มีคลิป).

Loading...

จากกรณีเมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สุนันท์ เพชรหนู รอง สว.(สอบสวน) สภ.ถลาง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสชนรถจักรยานยนต์มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ใต้ท้องรถ บนถนนเทศกระษัตรี ขาเข้าเมืองก่อนถึงแยกไฟแดงเขาล้านประมาณ 300 เมตร หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลศรีสุนทรและมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต



ที่เกิดเหตุรถติดเป็นทางยาว เนื่องจากเป็นถนนสายหลักพบรถบัสสีขาว หมายเลขทะเบียน 33-2740 กทม. ด้านข้างรถเขียนว่า เอ็มเคอาร์ทรานสปอร์ต โดยบนรถในขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวจีนอยู่เต็มคันรถ ใต้ท้องรถด้านขวามีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน กธษ 681 พังงา และมีผู้บาดเจ็บเป็นเด็กอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ จึงรีบช่วยเหลือพาขึ้นไปยังฟุตปาธ ทราบชื่อภายหลัง คือ เด็กหญิง ศศิประภา ภูดีทิพย์ อายุ 3 ขวบ ตรวจสอบพบได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกายเล็กน้อย อยู่ในอาการตื่นตกใจ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยเหลือด้วยการปลอบใจ พร้อมเเจ้งให้ญาติมาดูเเลอย่างใกล้ชิด



ล่าสุดเมื่อช่วงบ่าย วันที่ 22 เม.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ศราวุธ มุ่งหมาย” ซึ่งระบุว่า เป็นเพื่อนของคนขับรถบัสคันดังกล่าว ได้โพสต์วิดีโอคลิปความยาวประมาณ 47 วินาที ลงในกลุ่ม “ขับรถแบบนี้ต้องประจาน ภูเก็ต” พร้อมข้อความระบุว่า “ขอให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติ (ขอโทษทุกท่านหากที่ผมโพสต์ไปมันทำให้บางท่านเสียสุขภาพจิต อย่าด่าว่าผมเลย ปล.ถ้าจะด่าโปรดใช้คำด่าที่สุภาพด้วยคับ) ความจริงตามคลิป




ซึ่งในภาพดังกล่าวเป็นภาพจากกล้องบนรถบัสคันเกิดเหตุขณะวิ่งอยู่บนถนนเทพกระษัตรีในเลนขวา ด้วยความเร็วตามปกติ ก่อนที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน กธษ 681 พังงา ที่มีนางสาว สุกใส ภูดีทิพย์ อายุ 38 ปี (ผู้เสียชีวิต) และ เด็กหญิงศศิประภา อายุ 3 ขวบ นั่งอยู่ด้านหน้า ซึ่งวิ่งอยู่เลนซ้ายจะวิ่งตัดเข้ามา ซึ่งขณะนั้นคนขับรถบัสได้ชะลอความเร็วพร้อมกับบีบแตรรถเตือนหลายครั้ง แต่ไม่ทัน ทำให้ชนเข้าที่ท้ายรถจยย.อย่างจัง ก่อนทับร่างของนางสาวสุกใส จนเสียชีวิต ส่วนจยย.พุ่งไปด้านหน้าพร้อมตัวเด็กหญิง ได้รับบาดเจ็บ



ทั้งนี้หลังมีการโพสต์ดังกล่าวทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและกล่าวแสดงความเห็นใจคนขับรถบัสที่ตกเป็นจำเลยสังคมไปก่อนหน้า เพราะมีการนำภาพไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียจนได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันเพื่อนของคนขับรถยังก็ได้มีการตอบข้อโต้แย้งที่ว่า คนขับหนีหายหลังเกิดเหตุ ว่า ที่จริงไม่ได้หนีหายแต่ไม่แสดงตัวจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง เพราะเกรงจะได้รับอันตรายหากมีญาติหรือบุคคลใกล้ชิดของผู้เสียชีวิต มาที่เกิดเหตุ แต่ก็ได้แสดงตัวทันทีที่เจ้าหน้าที่มาถึง ขณะที่บางส่วนมาพูดถึงพฤติกรรมผู้ใช้รถจักรยานยนต์ภูเก็ตว่ามักมีการเปลี่ยนเลนกะทันหันโดยไม่สนใจรถข้างหลัง

http://www.siamdrama.com/view-7152.html
Powered by Blogger.