Header Ads

สดๆร้อนๆ! คนตายก็ไม่เว้น! รถขยะเหยียบร่าง "นักศึกษา" ดับอนาถ 2 ศพ ก่อนเกิดเรื่อง "สุดบรรลัย" กลางถนน ชนิดหลักฐานคาตา!!

Loading...

จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ18.00น.วัน10 เม.ย.60 ที่ผ่านมาเกิดเหตุรถบรรทุกขยะ ชนรถจยย.บริเวณแยกไฟแดงป่าหล่าย ถนน.เจ้าฟ้าตะวันออก ม. 4 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนาย พสธร ไชยเจริญทรัพย์ อายุ 20 ปี ชาว อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และ น.ส.ภณิชชา มิ่งคณิตกุล อายุ 19 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา


ซึ่งนาย นาย พสธร เป็น นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ส่วนน.ส.ภณิชชา มิ่งคณิตกุล อายุ 19 ปี ตรวจสอบพบมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือกเข้าศึกษา คณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ โครงการ "โควตา ม.อ.ตรัง" ประจําปีการศึกษา 2560 (รอบ 2) ซึ่งกำลังเข้าศึกษาชั้นปี 1



ทั้งนี้ ในโลกโซเชี่ยลได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้อง CCTV ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพขณะเกิดเหตุพบว่าขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่มีการจราจรหนาแน่น โดยรถ จยย.ที่มีนาย พสธร เป็นคนขับ และน.ส.ภณิชชา เป็นคนซ้อน วิ่งมาจากฝั่ง 5 แยกฉลอง เมื่อมาถึงสามแยกดังกล่าวเป็นช่วงที่ทางตรงไฟเขียว รถหลายคันมีการชะลอความเร็ว ทำให้จยย.ชะลอความเร็ว ซึ่งขณะนั้นมีรถจยย.จอดรอเลี้ยวขวาเข้าไปทางสวนสัตว์ภูเก็ต 1 คัน ก่อนที่รถจยย.ของทั้งสองจะวิ่งมาในเลนเดียวกับที่จยย.รอลี้ยวจอดอยู่ ไม่นานรถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วชนอัดเข้าที่ท้ายของจยย.ก่อนจะเหยียบทับทั้งสอง จนเสียชีวิตอย่างน่าสลด





อย่างไรก็ตามในโซเชียลมีเดียต่างวิพากย์วิจารณ์พร้อมตั้งข้อสังเกตุถึงชายสองคนที่ขับขี่รถจยย.ตามหลังมาเห็นเหตุการณ์ ลงจอดช่วยเหลือก่อนจะลักทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต ซึ่งในภาพCCTVพบว่า เมื่อชายทั้งสอง(คนแรกสวมหมวกกันน๊อก และ อีกคนสวมหมวกสีดำ)จอดรถจยย.ก็ได้เดินมายืนข้างศพผู้เสียชีวิตก่อนที่คนที่สวมหมวกแก๊บสีดำ มีการก้มหยิบของที่ตกหล่นคล้ายโทรศัพท์ ที่ตกหล่นอยู่ข้างศพของผู้เสียชีวิต จากนั้นได้ช่วยเหลือโบกรถจนเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายมาถึงและอยู่ช่วยเหลือจนมีการนำศพส่งโรงพยาบาล โดยรูปพรรณชายคนที่สวมหมวกแก๊บนั้นคาดว่าอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างปานกลาง สูงประมาณ 160 -170 สวมเสื้อแขนยาวสีเทา กางเกงขายาวสีกรมท่า สวมหมวกแก๊บหนังสีดำ สะพายกระเป๋าสีแดง มีนกหวีด ลักษณะคล้ายเป็นอาสาสมัคร




ล่าสุดในวันที่ 11เม.ย.60ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าหน้าที่หน่วยงานกู้ชีพของหน่วยงานหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ตั้งแต่ทำหน้าที่มาไม่เคยเห็นชายคนดังกล่าวแต่เมื่อมาเห็นคลิปว่ามีการก้มเก็บโทรศัพท์จึงพยายามสอบถามไปยังเพื่อนๆหลายคนที่เข้าร่วมก็ระบุว่าไม่มีใครรู้จักและไม่มีใครได้รับมอบโทรศัพท์คืนจากชายคนนั้น ขณะเดียวกันตนเองได้โทรไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านหลายรายซึ่งอยู่ในบริเวณดังกล่าว ก็ไม่มีใครได้รับมอบโทรศัพท์หรือทรัพย์สินใดๆจากชายในคลิป จึงเป็นไปได้ว่าชายคนดังกล่าวอาจเป็นผู้ไม่หวังดี หรือเป็นมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาศหลังเกิดเหตุหยิบทรัพย์สินมีค่าไป



ด้าน พ.ต.ท. ปริญญา ตันฑสุวรรณ รอง ผกก.ป.สภ.ฉลอง กล่าวว่า ตนเองก็เพิ่งทราบเรื่องว่ามีการขโมยทรัพย์สินผู้เสียชีวิต ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีสามารถดำเนินการสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาได้ทันทีเนื่องจากเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แต่อาจจะต้องสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนหรือญาติเพื่อนยืนยันลักษณะรูปพรรณของทรัพย์สิน หรือ หากจะให้มีความรวดเร็วมากขึ้น อาจจะต้องให้ญาติ นำหลักฐานแสดงว่าหากเป็นโทรศัพท์มือถือนั้น ยี่ห้อใด รุ่นใด และหลายเลขโทรศัพท์อะไร เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะสามารถติดตามได้รวดเร็วขึ้น



อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เพจเฟสบุ๊กของ ประชาสัมพันธ์ ม.อ.ภูเก็ต ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า จากกรณีที่มีภาพปรากฎทางโซเชี่ยลมีเดีย แชร์ภาพบุคคลไม่ทราบชื่อ สะพายกระเป๋าสีแดงได้เก็บโทรศัพท์มือถือของผู้ประสบอุบัติเหตุ เมื่อเย็นวันที่ 10 เมษายน 2560 เหตุเกิด ณ แยกป่าหล่าย ถนนเจ้าฟ้า ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นั้น



เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 11 เม.ย.60ทางบุคคลในภาพดังกล่าวได้ติดต่อทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เพื่อนำโทรศัพท์มือถือมาคืนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแจ้งเหตุผลว่า ก้มเก็บโทรศัพท์เพื่อไม่ให้รถเหยียบ และขณะนั้นได้จับตัวผู้ต้องหาไว้คือขนขับรถขยะ เพราะกลัวจะหนีและพยายามกันไม่ให้โดนรุมประชาทัณฑ์ พอตำรวจและกู้ภัยมาถึง หลังจากนั้นจึงช่วยโบกรถ ตอนแรกที่ยังไม่ส่งมอบทรัพย์สินเพราะไม่รู้จะให้ใครวันนี้จึงเดินทางมาติดต่อทางมหาวิทยาลัยฯ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยทรัพย์สินดังกล่าว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต จะเก็บรักษา และนำส่งมอบให้แก่ญาติผู้ประสบต่อไป

ทั้งนี้ทราบว่าชายในคลิปเป็นรปภ.ของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ต.กะรนอ.เมือง จ.ภูเก็ต​
















http://www.clicknews-tv.net/content/230
Powered by Blogger.