Header Ads

#สดๆร้อนๆ! #เปิดคุณสมบัติเรือดำน้ำของไทย!! “ครม.” อนุมัติซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำ ชั้นหยวน เอส 26 ที ไปดูกันคุณสมบัติเป็นอย่างไร!.

Loading...


พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ตามที่กองทัพเรือเสนอ ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ว่า ครม.มีมติอนุมัติโครงการดังกล่าวจริง โดยจัดซื้อเรือดำน้ำหยวนคลาส เอส 26 ที (Yuan Class S26T) จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 1 ลำ วงเงิน 13,500 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่มีอะไรเป็นลับลมคมใน ซึ่งการจัดซื้อเป็นงบผูกพัน ไม่ได้จ่ายเงินครั้งเดียว แต่จะทยอยจ่าย ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงกลาโหม ชี้แจงในที่ประชุมว่า มีความจำเป็นต้องจัดซื้อ เพราะเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ ไม่ใช่อยากได้ตามประเทศอื่น แต่กองทัพเรือประเมินจากภัยคุกคามของประเทศที่มีอาณาเขตติดกับไทย ประเมินจากความมั่นคงทางท้องทะเล จึงต้องมีการศึกษาแนวทางการป้องกันทางทะเล เพื่อการป้องกันภัยคุกคามที่มีศักยภาพเหนือกว่า



“ประเทศเราอยู่ติดทะเล วันหน้าไม่มีสิ่งที่แน่นอน เราจึงต้องมีศักยภาพเพื่อป้องกันภัย และการสั่งซื้อไม่ใช่ว่าอนุมัติไปแล้วจะได้ใน 3-5 วัน แต่ต้องรอหลายปี ทั้งนี้ เป็นการซื้อลำเดียวก่อน ส่วนลำต่อไปอยู่ที่กองทัพเรือ อย่างไรก็ตาม ที่โฆษกฯ ไม่ได้แถลงข่าวเพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเอกสารลับที่สุดหรือมุมแดง และเป็นโหมดงานด้านความมั่นคง จึงไม่จำเป็นต้องแถลง แต่ยืนยันว่าไม่มีลับลมคมใน” พล.ท.สรรเสริญกล่าว

จากการเปิดเผยว่าการซื้อเรือดำน้ำหยวนคลาส เอส 26 ที เรามาตามดูคุณสมบัติของเรือดำน้ำที่ว่ากัน โดยเรือดำน้ำชั้นหยวนแบบเอส 26 ที ระวางขับน้ำ 2,600 ตัน เครื่องยนต์มีความเงียบ เพราะใช้เครื่องแบบสเตอร์ลิง พรางตัวจากเรือดำน้ำอื่นทั่วไป มีระบบติดจรวดเรือผิวน้ำที่มีความทันสมัยที่สุด ซึ่ง หยวนคลาส เอส 26ที เป็นเทคโนโลยีการต่อเรือจากเรือดำน้ำชั้นกิโลของรัสเซีย เป็นเรือดำน้ำดีเซล และมีระบบ AIP ที่ไม่ต้องขึ้นมาบนผิวน้ำเพื่อชาร์จไฟฟ้า



ขณะที่เมื่อปี พ.ศ. 2558 ทางด้าน เว็บไซต์ globalfirepower.com ซึ่งจัดอันดับกองทัพทหารที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกในทุกๆ ปี โดยจากการจัดอันดับในปี พ.ศ.2558 จำนวน 126 ประเทศ "ไทย" ติดอันดับ 20 กองทัพมีอิทธิพลในโลกปี พ.ศ.2558 โดยพิจารณาจาก 50 ปัจจัย ทั้งด้านการเงิน เทคโนโลยี ทรัพยากร และภูมิศาสตร์

ทั้งยังจัดอันดับแบบลงรายละเอียด ทั้งกองทัพบก อากาศ น้ำ งบประมาณ กองกำลังคน และอื่นๆ ที่มีส่วนทำให้กองทัพในประเทศนั้นๆ มีศักยภาพ

ปี 2557 ไทยอยู่อันดับที่ 24 มีรถถังจำนวน 740 คัน อากาศยาน 543 ลำ งบประมาณด้านการทหาร 5,390,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนในปี พ.ศ.2558 อยู่ในอันดับที่ 20 มีงบประมาณด้านการทหารเท่าเดิมมีรถถังจำนวน 722 คัน อากาศยาน 573 ลำ



แต่ถ้าหากดูเฉพาะกองกำลังทางน้ำ โดยเฉพาะ "เรือดำน้ำ" ข้อมูลจาก globalfirepower จัดอันดับ 10 ประเทศ ที่มีเรือดำน้ำมากที่สุด ได้แก่

1. สหรัฐอเมริกา มีเรือดำน้ำ 72 ลำ

2. เกาหลีเหนือ มีเรือดำน้ำ 70 ลำ

3. จีน มีเรือดำน้ำ 67 ลำ

4. รัสเซีย มีเรือดำน้ำ 55 ลำ

5. อิหร่าน มีเรือดำน้ำ 32 ลำ

6. ญี่ปุ่น มีเรือดำน้ำ 16 ลำ

7. อินเดีย มีเรือดำน้ำ 15 ลำ

8. เกาหลีใต้ มีเรือดำน้ำ 13 ลำ

9. ตุรกี มีเรือดำน้ำ 13 ลำ

10. โคลัมเบีย มีเรือดำน้ำ 11 ลำ

โดยประเทศไทยติดอันดับที่ 47 ซึ่งข้อมูลระบุว่า ไทยมีเรือดำน้ำ 0 ลำ

ซึ่งถ้าหากประเทศไทยมี "เรือดำน้ำ" ตามที่กระทรวงกลาโหมมีนโยบายจะจัดซื้อจำนวน 3 ลำ พิจารณาจากข้อมูลปี พ.ศ.2558 ของ globalfirepower หากไทยมีเรือดำน้ำรวดเดียว 3 ลำ ไทยจะขยับอันดับประเทศครอบครองเรือดำน้ำเทียบเท่ากับ เวียดนาม แอฟริกาใต้ อาร์เจนติน่า และสเปน ที่มีเรือดำน้ำประเทศละ 3 ลำ




โดยไทยจะแซงหน้าเพื่อนบ้าน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งมีประเทศละ 2 ลำ ส่วนสิงคโปร์มีเรือดำน้ำ 6 ลำ อยู่อันดับที่ 15

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์

http://www.tnews.co.th/contents/bg/313596
Powered by Blogger.