Header Ads

ข่าวด่วน! #“จากนี้ไปธัมมชโย เป็นเพียงพระธรรมดา จับสึกได้ง่ายขึ้น”ผอ.สำนักพุทธฯแจงหลังถอดสมณศักดิ์ "DSI"พบท่อน้ำเลี้ยง13ล้านไหลเข้าบัญชีพระชุมนุมธรรมกาย.

Loading...

จากกรณีเว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้ลงประกาศราชกิจจานุเบกษา ฉบับทะเบียนฐานันดร ฯ เล่ม ๑๓๔ ตอน ๘ ข โดยระบุว่าให้มีการถอดถอนสมณศักดิ์ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับ มาดำเนินคดีตามกฏหมาย ทำให้มีข้อสงสัยหรือเป็นที่สนใจของสาธาณชนทั่วไปว่า นับจากนี้การดำเนินการกับ พระธัมมชโย จะเป็นอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสึกจากพระ สามารถทำได้ง่ายขึ้นหรือไม่ ซึ่งมีผู้ที่มาให้คำตอบชัดๆแล้ว


พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. เปิดเผยด้วยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯถอดสมณศักดิ์ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโยแล้ว ซึ่งจากนี้ไปทำให้ พระธัมมชโย จะเป็นเพียงพระธรรมดาที่ไม่ได้ดำรงสมณศักดิ์แล้ว และหากมีกระบวนการสึกตามกฏมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2537)ว่า ด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น โดยจะเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะปกครองในพื้นที่ คือ เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด




ด้านพันตำรวจเอก ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ พร้อมทั้งพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ได้ออกมาเปิดเผยขณะนี้ออกหมายเรียกแกนนำกับพระรวมทั้งหมด 91 รายแล้ว ส่วน น.ส.ศรวรรณ ศิริสุนทรินท์ หรือ ป้าเช็ง ออกหมายเรียกมาสอบอยู่ระหว่างประสานเข้าพบเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีควบคุมพระ 2 รูปพร้อมเณร 9 รูป

“ ที่โกดังเก็บน้ำหมักป้าเช็ง ตรวจสอบพบว่ามีเงินในบัญชีเกือบ 13 ล้าน มีการถอนเงินออกหลายครั้ง ครั้งละหลายหมื่นบาทภายในวันเดียวอีกทั้งยังพบความเชื่อมโยงกลุ่มพระในหลายๆจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดอุบลราชธานี เบื้องต้นพระ 2 รูป อ้างว่าเป็นเงินจากการทำบุญ ส่วนจะเป็นท่อน้ำเลี้ยงหรือไม่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล อีกทั้งยังพบข้อมูลบุคคล 40-50 รายที่ถูกเฝ้าจับตาเข้ามาในพื้นที่ หากพบจะควบคุมตัวมาปรับทัศนคติ ถ้าพูดกันรู้เรื่องก็ปล่อยตัวไป หากฝ่าฝืนต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนเงินให้บุคคลเข้ามาเคลื่อนไหวครั้งนี้ พบว่าเกี่ยวข้องกับคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึก ” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าว



เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

http://www.tnews.co.th/contents/bg/303992
Powered by Blogger.