Header Ads

แชร์เก็บไว้เลย!เตือนด่วน.!!! ผลการสำรวจ ตรวจสอบและเผยว่า อาการ “มือชา เท้าชา” อาจเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ อันตรายขั้นตายได้...

Loading...
สมชาย โตวณะบุตร แพทย์ทรงคุณวุฒิทางอายุรกรรม สาขาประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยากล่าวว่า โรคปลายประสาทอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เฉลี่ยอายุ 30 ปีขึ้นไป





โดยกลุ่มคนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน คนที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ คนที่รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ คนที่ร่างกายขาดวิตามินบางชนิด (วิตามินบี 1 บี 6 บี 12) และคนที่รับประทานยาบางตัวที่มีผลข้างเคียงต่อเส้นประสาท

ระบบประสาทของเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

1.ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วย สมอง และไขสันหลัง ซึ่งมีหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุม สั่งการ และส่งคำสั่งโดยกระแสประสาท

2.ระบบประสาทส่วนปลาย ทำหน้าที่รับคำสั่งจากระบบประสาทส่วนกลาง และส่งต่อคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เราสามารถเคลื่อนไหวและรับรู้ความรู้สึกได้ โดยระบบประสาทส่วนปลายมีเส้นประสาททำหน้าที่เหมือนเป็นสายไฟฟ้าในการนำคำสั่งไปตามอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งเส้นประสาทส่วนปลายที่ออกจากสมอง มีอยู่ทั้งหมด 12 คู่ซ้ายขวา แต่ละคู่ควบคุมการทำงานในแต่ละส่วนของร่างกายที่แตกต่างกันไป




โดยเส้นประสาทที่มักพบอาการอักเสบ และเห็นความผิดปกติของร่างกายได้ชัด เช่น เส้นประสาทคู่ที่ 7 เป็นเส้นที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ถ้าเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดโรคหน้าเบี้ยว ใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก ส่วนหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในช่วงที่เราทำงานหนัก พักผ่อนน้อย, เส้นประสาทคู่ที่ 8

ถ้าเกิดการอักเสบ ทำให้สูญเสียการทรงตัว เกิดอาการบ้านหมุนตามมา บางรายอาจเกิดเสียงแว่วในหูหรือหูดับ เส้นประสาทคู่ที่ 3, 4, 6 อักเสบ มักจะพบในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน อาการที่เจอคือ เห็นภาพซ้อนในแนวใดแนวหนึ่ง และเส้นประสาทที่อาจจะพบการอักเสบได้อีก ได้แก่ เส้นที่ 5 จะมีอาการปวดเสียวแปลบ ๆ บนใบหน้า เหมือนไฟฟ้าชอร์ต มักเกิดซีกใดซีกหนึ่งของหน้า

นพ.สมชายกล่าวต่อว่า เส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลังมีหลายสิบคู่ ซึ่งอาจเจอในเรื่องของเส้นประสาทถูกกดทับ หรืออักเสบได้ จากการที่เราใช้อวัยวะ อาทิ คอ มือ เอว ในท่าทางที่ไม่ถูกต้องนาน ๆ โดยกลุ่มแม่บ้าน คนที่ใช้มือเยอะ ๆ เช่น คนขี่มอเตอร์ไซค์ คนที่พิมพ์คอมพิวเตอร์นาน ๆ รวมไปถึงคนที่มีหมอนรองกระดูกเสื่อม อาจจะพบเส้นประสาทถูกกดทับได้มากกว่าคนทั่วไป อาการที่พบคือ ชา ปวดแปลบ ๆ ปวดร้อน ๆ ซ่า ๆ ตามบริเวณที่ถูกกดทับ หากได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ ก็จะมีโอกาสทุเลาลง หรือหายขาดได้ แต่ถ้าเรานิ่งเฉยไม่สนใจ และปล่อยให้อาการเหล่านี้เกิดต่อเนื่องเรื่อย ๆ และทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจจะส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อลีบเล็กลง หรือเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต จนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ หรือไม่สามารถรับความรู้สึกได้เหมือนเดิม



นพ.สมชายแนะนำว่า การดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เกิดโรคปลายประสาทอักเสบเป็นสิ่งสำคัญ วิธีการป้องกันสามารถทำได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันไม่ให้เส้นประสาทเสี่ยงต่อการถูกกดทับ แต่หากประชาชนมีอาการที่ใกล้เคียงกับที่กล่าวไปก่อนหน้านี้และสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ที่สถานพยาบาลทั่วประเทศ

สถาบันประสาทวิทยา ร่วมกับบริษัท เมอร์ค จำกัด ได้จัดกิจกรรม “CARE your Love, care your NERVE” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอาการชาปลายประสาทอักเสบ ภัยเงียบใกล้ตัวที่ต้องระวัง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Nerve Clinic Activation ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ตรวจคัดกรองความเสี่ยงของอาการชาปลายประสาทอักเสบ ด้วยเครื่องมือตรวจคัดกรองแบบ Vibrometer โดยเครื่องมือนี้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบการรับความรู้สึกที่เท้า โดยวัดความรู้สึกจากแรงสั่นสะเทือนที่เท้า ซึ่งเหมาะสำหรับตรวจคัดกรองเบื้องต้นสำหรับกลุ่มคนที่มีภาวะโรคปลายประสาทอักเสบแอบแฝง ส่วนขั้นตอนในการรักษาแพทย์จะรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค เช่น การให้ยาหรือการให้วิตามินบี 1 บี 6 บี 12 ขนาดที่เหมาะสม รวมถึงการทำกายภาพบำบัดในรายที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง

http://social.upyim.co/107466/
Powered by Blogger.