Header Ads

อย่าพลาด!ต้องอ่าน!ข้อห้ามคนท้องอ่อน ระวังให้ดี ก่อนเผลอทำร้ายลูกในครรภ์!แชร์เก็บไว้เลย!

Loading...

ช่วงแรกของการตั้งครรภ์นั้น เป็นช่วงที่ลูกน้อยในครรภ์เริ่มเจริญเติบโต และเริ่มพัฒนาอวัยวะต่างๆ แม่ท้องจึงควรระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้มากๆ เรามาดูกันว่า ข้อห้ามคนท้องอ่อน จะมีอะไรบ้าง

1.หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงไม่สุก

อาหารที่ปรุงไม่สุกนั้นอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย และอาจมีพยาธิซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เมื่อแม่ท้องทานเนื่อสัตว์สุกๆดิบๆเข้าไป เช่น สเต็ก หรือลาบดิบ ก็อาจทำให้แม่ท้องได้รับเชื้อ ทอกโซพลาสมา กอนดิไอ (Toxoplasma gondii) ทำให้เกิดโรคทอกโซพลาสโมซิส (toxoplasmosis)

ซึ่งหากแม่ท้องได้รับเชื้อนี้ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ก็มีความเสี่ยงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ที่จะติดต่อไปสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรก ทำให้มีโอกาสแท้ง หรืออาจถึงขั้นทำให้ทารกเสียชีวิตหลังคลอดได้

หรือหากไม่เสียชีวิตก็อาจมีอาการม้ามโต ต่อมน้ำเหลืองโต ปอดอักเสบ ตาบอด หูหนวก ปัญญาอ่อน ตาเหล่ หัวบาตหรือหัวลีบได้
2.ระวังการใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์
แม่ท้องควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น หากไม่จำเป็นไม่ควรหายามาทานเอง อีกทั้งแม่ท้องต้องแจ้งทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์ อายุครรภ์กี่สัปดาห์ เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลทำให้ลูกน้อยในครรภ์พิการ โตช้า หรืออาจเสียชีวิตในครรภ์ได้โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

หากก่อนหน้าที่จะตั้งครรภ์นั้น แม่ท้องกินยาอย่างเช่น ยาแก้สิว ยาแก้ปวดท้อง หรืออาหารเสริมต่างๆ คุณแม่ควรนำยาที่กินไปปรึกษาคุณหมอว่ายังกินต่อไปได้หรือไม่ เพื่อจะได้ไม่ส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อลูกในท้อง

3.หลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

สารนิโคตินในบุหรี่สามารถส่งผ่านไปยังทารกทางรกได้ ซึ่งจะเข้าไปกดการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ ไม่ว่าจะมาจากการที่แม่ท้องสูบบุหรี่เองหรือได้รับควันพิษจากควันบุหรี่มือสองก็ตาม

ควันบุหรี่ที่ส่งผ่านไปยังลูกน้อยส่งผลให้ลูกคลอดออกมาตัวเล็กกว่าปกติ น้ำหนักน้อย หัวใจเต้นเร็วกว่าเด็กปกติ มักจะเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และอาจทำให้เกิดความพิการรุนแรง หรือมีพัฒนาการทางสติปัญญาช้า เหมือนเด็กปัญญาอ่อน

และหากแม่ท้องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แอลกอฮอล์ก็จะไปทำลายเซลล์ประสาท ทำให้ทารกมีปัญหาการเจริญเติบโต มีปัญหาด้านความจำ และนอกจากนั้นยังทำให้เด็กทารกมีร่างกายที่ผิดปกติ สายตาสั้น จมูกแบน ปลายจมูกเชิดขึ้น บริเวณส่วนกลางใบหน้ามีการพัฒนาน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเฉพาะของทารกที่เกิดจากมารดาดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Fetal alcohol syndrome

4.ไม่อดอาหาร

การลดน้ำหนักและการอดอาหารนั้น หากคุณหมอไม่ได้แนะนำว่าต้องจำกัดอาหาร ก็ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ที่ได้รับสารอาหารครบถ้วน และเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันของร่างกาย

ผลจากการวิจัยพบว่า แม่ท้องที่อดอาหารมีอัตราคลอดก่อนกำหนดสูง และการอดอาหารส่งผลทำให้สมองของทารกพิการ เนื่องจากขาดสารอาหารที่จะช่วยบำรุงสมองของทารก ซึ่งลูกน้อยควรจะได้รับการบำรุงในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์อย่างเต็มที่
5.หลีกเลี่ยงการซาวน่า

การซาวน่ามีความเสี่ยงกับแม่ท้องเนื่องจากความร้อนทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ที่จำเป็น ส่งผลให้เลือดข้น มีโอกาสที่จะเกิดการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์น้อยลง ทำให้เจริญเติบโตไม่เต็มที่และอาจส่งผลเสียจนถึงขั้นแท้งบุตรได้
6.แม่ท้องต้องไม่เครียด

ความเครียดของแม่ท้องจะไปกระตุ้นการผลิตสารเคมีและฮอร์โมนต่างๆในร่างกายที่ทำให้หลอดเลือดแคบลง เกิดอาการออกซิเจนไปเลี้ยงลูกน้อยในครรภ์ไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก ทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด และทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์

นอกจากนี้แล้ว ความเครียดสามารถส่งผ่านไปยังลูกน้อยในครรภ์ได้ เมื่อลูกได้รับความเครียด สมองก็จะสั่งการให้เตรียมพร้อมเพื่อตอบสนองต่อความเครียดเหล่านั้น ซึ่งหากสมองทองทารกมีการตอบสนองที่มากเกินไปก็อาจเสี่ยงที่จะเกิดโรคสมาธิสั้นหรือโรกในกลุ่มออทิสติกได้ครับ

ช่วงแรกของการตั้งครรภ์นั้น เป็นช่วงที่ลูกน้อยในครรภ์เริ่มเจริญเติบโต และเริ่มพัฒนาอวัยวะต่างๆ แม่ท้องจึงควรระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้มากๆ เรามาดูกันว่า ข้อห้ามคนท้องอ่อน จะมีอะไรบ้าง

1.หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงไม่สุก

อาหารที่ปรุงไม่สุกนั้นอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย และอาจมีพยาธิซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เมื่อแม่ท้องทานเนื่อสัตว์สุกๆดิบๆเข้าไป เช่น สเต็ก หรือลาบดิบ ก็อาจทำให้แม่ท้องได้รับเชื้อ ทอกโซพลาสมา กอนดิไอ (Toxoplasma gondii) ทำให้เกิดโรคทอกโซพลาสโมซิส (toxoplasmosis)

ซึ่งหากแม่ท้องได้รับเชื้อนี้ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ก็มีความเสี่ยงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ที่จะติดต่อไปสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรก ทำให้มีโอกาสแท้ง หรืออาจถึงขั้นทำให้ทารกเสียชีวิตหลังคลอดได้

หรือหากไม่เสียชีวิตก็อาจมีอาการม้ามโต ต่อมน้ำเหลืองโต ปอดอักเสบ ตาบอด หูหนวก ปัญญาอ่อน ตาเหล่ หัวบาตหรือหัวลีบได้
2.ระวังการใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์

แม่ท้องควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น หากไม่จำเป็นไม่ควรหายามาทานเอง อีกทั้งแม่ท้องต้องแจ้งทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์ อายุครรภ์กี่สัปดาห์ เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลทำให้ลูกน้อยในครรภ์พิการ โตช้า หรืออาจเสียชีวิตในครรภ์ได้โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์

หากก่อนหน้าที่จะตั้งครรภ์นั้น แม่ท้องกินยาอย่างเช่น ยาแก้สิว ยาแก้ปวดท้อง หรืออาหารเสริมต่างๆ คุณแม่ควรนำยาที่กินไปปรึกษาคุณหมอว่ายังกินต่อไปได้หรือไม่ เพื่อจะได้ไม่ส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อลูกในท้อง

3.หลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

สารนิโคตินในบุหรี่สามารถส่งผ่านไปยังทารกทางรกได้ ซึ่งจะเข้าไปกดการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ ไม่ว่าจะมาจากการที่แม่ท้องสูบบุหรี่เองหรือได้รับควันพิษจากควันบุหรี่มือสองก็ตาม

ควันบุหรี่ที่ส่งผ่านไปยังลูกน้อยส่งผลให้ลูกคลอดออกมาตัวเล็กกว่าปกติ น้ำหนักน้อย หัวใจเต้นเร็วกว่าเด็กปกติ มักจะเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และอาจทำให้เกิดความพิการรุนแรง หรือมีพัฒนาการทางสติปัญญาช้า เหมือนเด็กปัญญาอ่อน

และหากแม่ท้องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แอลกอฮอล์ก็จะไปทำลายเซลล์ประสาท ทำให้ทารกมีปัญหาการเจริญเติบโต มีปัญหาด้านความจำ และนอกจากนั้นยังทำให้เด็กทารกมีร่างกายที่ผิดปกติ สายตาสั้น จมูกแบน ปลายจมูกเชิดขึ้น บริเวณส่วนกลางใบหน้ามีการพัฒนาน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเฉพาะของทารกที่เกิดจากมารดาดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Fetal alcohol syndrome

4.ไม่อดอาหาร

การลดน้ำหนักและการอดอาหารนั้น หากคุณหมอไม่ได้แนะนำว่าต้องจำกัดอาหาร ก็ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ที่ได้รับสารอาหารครบถ้วน และเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันของร่างกาย

ผลจากการวิจัยพบว่า แม่ท้องที่อดอาหารมีอัตราคลอดก่อนกำหนดสูง และการอดอาหารส่งผลทำให้สมองของทารกพิการ เนื่องจากขาดสารอาหารที่จะช่วยบำรุงสมองของทารก ซึ่งลูกน้อยควรจะได้รับการบำรุงในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์อย่างเต็มที่
5.หลีกเลี่ยงการซาวน่า

การซาวน่ามีความเสี่ยงกับแม่ท้องเนื่องจากความร้อนทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ที่จำเป็น ส่งผลให้เลือดข้น มีโอกาสที่จะเกิดการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์น้อยลง ทำให้เจริญเติบโตไม่เต็มที่และอาจส่งผลเสียจนถึงขั้นแท้งบุตรได้

6.แม่ท้องต้องไม่เครียด

ความเครียดของแม่ท้องจะไปกระตุ้นการผลิตสารเคมีและฮอร์โมนต่างๆในร่างกายที่ทำให้หลอดเลือดแคบลง เกิดอาการออกซิเจนไปเลี้ยงลูกน้อยในครรภ์ไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก ทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด และทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์

นอกจากนี้แล้ว ความเครียดสามารถส่งผ่านไปยังลูกน้อยในครรภ์ได้ เมื่อลูกได้รับความเครียด สมองก็จะสั่งการให้เตรียมพร้อมเพื่อตอบสนองต่อความเครียดเหล่านั้น ซึ่งหากสมองทองทารกมีการตอบสนองที่มากเกินไปก็อาจเสี่ยงที่จะเกิดโรคสมาธิสั้นหรือโรกในกลุ่มออทิสติกได้ครับ

http://bk.tsgclub.net/56591/
Powered by Blogger.