Header Ads

ข่าวด่วน! #“ความตายมันง่ายกว่า ถ้าเทียบกับความทรมาน” สาวใจสู้!#ป่วยมะเร็งเต้านมจนลามไปอวัยวะหลายส่วน เจ็บแทบขาดใจ แต่ยังยิ้มสู้เพราะ “ความรักจากครอบครัว”.

Loading...


นับว่าเป็นกำลังใจที่ดีให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง หลังจากที่ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก”Way Way Vay” ได้ออกมาเล่าเรื่องราวหลังจากที่ตนเองตรวจพบว่า เป็นมะเร็งเต้านมเมื่อปี 2558 จนกระท่อมลามไปสู่อวัยวะอื่นๆ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้ตนยังยิ้มสู้ก็เพราะครอบครัว และคนรู้จักที่คอยให้กำลังใจ แม้ว่าตนเองจะต้องเจ็บปวดเพียงไร

โดยเธอ เล่าว่า ครบ 1 ปีเต็มแล้วที่แช์เรื่องตัวเองผ่าน FB มาวันนี้เวย์จะบอกความเป็นไปทั้งหมดว่า เวย์ผ่านอะไรมาบ้าง ก.พ. 58 เป็นปีที่เวย์ทราบข่าวร้าย ว่า ตัวเองเป็นมะเร็งเต้าเวย์ผ่านการผ่าตัดเต้านม 2 ข้าง คีโม 8 ครั้ง ฉายแสง 30 ครั้ง และสิ้นสุดกระบวนการรักษาเดือน ธ.ค 58







จากนั้นเวย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย เปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งเรื่องงานและอาหารการกิน จนกระทั่งวันนี้เมื่อปีที่แล้วเดือน มี.ค 59 หลังจากที่ผ่านมรสุม เวย์ตัดสินใจเขียนเรื่องราวตัวเองแชร์ลงFB ตามคำแนะนำของคนรอบข้าง และตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าเราป่วย หลังจากที่ปกปิดมา 1 ปีเต็ม เวย์ได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมและคนอื่นมากมาย ได้แบ่งปันประสบการณ์ชีวิตตัวเอง ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วย และคนอื่นๆ เวย์ดีใจและมีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ แม้ว่าการเป็นโรคมะเร็งมันจะอาจทำให้เรา รู้สึกทุกข์ แต่เวย์ก็มีความสุขดี

“แต่แล้วเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ” เดือนเมษายน – เดือนกรกฎาคม 2559 เวย์มีอาการปวดหลังอย่างหนัก อาการปวดทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนถึงขั้น เวย์ เดินไม่ได้ คุณหมอได้ทำการตรวจอย่างละเอียด และผลวินิจฉัยที่ออกมาคือ “มะเร็งลามไปที่กระดูกสันหลัง” เวย์พูดอะไรไม่ออก นั่งนิ่งๆ น้ำตาไหล อื้ออึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผ่านมาได้แค่ 4-5 เดือนหลังการรักษา เวย์ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัสกับคำว่า โรคสงบ ก็ต้องมารักษามะเร็งอีกรอบ







เวย์ต้องรับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง จากการที่มะเร็งกินกระดูกข้อที่ L3 กับ L5 ทำให้กระดูกทรุดทับเส้นประสาทบางส่วน เวย์ไม่รู้จะอธิบายถึงความเจ็บปวด ทรมานยังไง เมื่อเวลามะเร็งลามไปที่กระดูก เวย์ต้องใช้ยาระงับปวดชนิดรุนแรงสุด คือ “มอร์ฟีน” และรูปแบบที่จะบรรเทาความเจ็บปวดทรมานได้ดีที่สุดคือวิธี “ฉีดเข้าเส้น” เวย์กลายเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงในทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก จากที่ปวดหลัง นั่งนานๆ แล้วเจ็บ จนกลายมาเป็นเดินไม่ได้

เวย์ต้องทำทุกอย่างอยู่บนเตียง ทั้งกิน-นอน-อาบน้ำ-สระผม แปรงฟันและขับถ่าย จากไม่ชิน จนกลายเป็นเริ่มสร้างสรรค์ วิธีการเอาตัวรอดจากการขับถ่ายบนเตียง ที่แสนจะทุลักทุเล จากนั้นเวย์เข้ารับการผ่าตัด ดามเหล็กที่หลัง และเริ่มกายภาพพร้อมๆไปกับการฉายแสง เวย์ยังจำวินาทีที่เท้าเหยียบพื้นครั้งแรกหลังจากที่ต้องนอนติดเตียงยาวนานเกือบ 2 เดือน และการผ่าตัดก็พึ่งจะผ่านพ้นไปเพียงแค่ 3 วัน วินาทีนั้น มันทั้งตื่นเต้น ตื้นตัน น้ำตาไหล ดีใจที่จะกลับมา ยืนได้อีกครั้ง วันนั้นเวย์ยังหันไปถามคุณหมอเลยค่ะว่า “เดินยังไง”







จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เวย์สามารถกลับมาเดินได้ตามปกติแล้ว แต่ก็ยังคงเข้า-ออกรพ.อย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เวย์เป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะ 2 ผ่านมาไม่ถึง 1 ปี เวย์ก็ได้รับโบนัสชุดใหญ่แบบไม่ต้องลุ้น “เวย์กลายเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะ4ทันที!” ที่สำคัญโรคก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ มันยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างสุดกำลัง จากเต้านม-มาต่อมน้ำเหลือง-ท่อน้ำนม-กระดูกสันหลัง-กระดูกซีกโครง -กระดูกสะโพก และล่าสุดคือที่ ตับ (ไม่ถามสุขภาพสักกกกกคำ …ว่าตรูไหวหม้ายย )

ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เวย์เข้าห้องผ่าตัด 2 ครั้ง ( ผ่าเต้านม / ผ่าหลัง ) ผ่านการฉายแสงมาแล้ว 50 ครั้ง เคมีบำบัด 8 ครั้ง ( และล่าสุดเวย์ต้องให้อีก 6ครั้ง )ฉีดยาบำรุงกระดูกทุกเดือน ฉีดยาระงับไข่ตกทุก 3 เดือน กินมอร์ฟีนระงับปวดทุกวันๆละ 1เม็ด กินยาต้านฮอร์โมนทุกวัน เจาะตับ 1 ครั้ง อีกทั้งเวย์ยังเคยทดลองฉีดยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้ามาแล้วอีก 4 ครั้ง ค่าใช้จ่ายมหาโหดมากๆ นี่ยังไม่รวม MRI / CT scan / Bone scan / X-RAY อีกนับครั้งไม่ถ้วน และเวย์กินวิตามิน อาหารเสริมวันนึงเป็นกำมือ มื้อนึงไม่ต่ำกว่า 20 เม็ด และเมื่อมะเร็งลามไปที่ตับ ต้องรีบเข้ารับการรักษา แนวทางการรักษาก็คงหนีไม่พ้น เคมีบำบัด




Advertisement







วันที่13 ม.ค 60 คือวันแรกที่รับยาเคมีตัวใหม่ ตัวยาสูตรนี้ออกฤทธิ์รุนแรงมาก เวย์เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะแพ้หนัก เวย์ทั้งอาเจียน ท้องเสีย ปวดเนื้อปวดตัวปวดกระดูก เป็นฝ้าขาวติดเชื้อในช่องปาก หิวก็กินไม่ได้ เพราะเป็นแผลทั้งปาก จะนอนไม่หลับ ปวดกระดูก อ่อนแรง ปวดหัวและไข้ขึ้น คือไม่รู้จะอธิบายถึงความทรมานยังไง สุดท้ายต้องเแอทมิดเข้า รพ.ด้วยอาการเบลอ เกือบช๊อค เนื่องจากเกร็ดเลือดขาวตกฉับพลัน เหลือเพียงแค่ 10 จากคนปกติ 5000 นอนให้น้ำเกลืออยู่ 5 วัน และกลับไปพักฟื้นต่อ อีก 1 สัปดาห์ อาการถึงเริ่มค่อยๆดีขึ้น

อยากบอกว่า ทุกวันนี้เวย์เหนื่อยมาก ทั้งกับการรักษา หลายต่อหลายครั้งที่ท้อ เจ็บปวดทรมานจากโรค รวมถึงวิธีการรักษา และผลข้างเคียงของสารพัดยา สิ่งที่เวย์เจอมาเกือบตลอด2 ปี มันทำให้เวย์รู้เลยว่า “ความตาย มันง่ายกว่ามาก ถ้าเทียบกับความทรมานที่เวย์เผชิญอยู่” บ่อยครั้งที่ทั้งร้องไห้ ท้อแท้ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ เวลาที่มันทุกข์ เจ็บปวดทรมาน อาจมีคนเข้าใจเวย์บ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง แต่เวย์เข้าใจดีคะ เพราะความทุกข์ของคนเรานั้น มันไม่มีวันเท่ากัน ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ และเวย์เองก็คิดอยู่เสมอ มันจะมีค่าอะไร ถ้าเวย์คิดจะยอมแพ้ ในขณะที่เรา ก็ยังมีลมหายใจ







และสิ่งสำคัญที่มันทำให้เวย์ยังยิ้มสู้ และหายใจอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปได้ ก็คือความรัก ของครอบครัวที่มีต่อเวย์ ความทุ่มเทของพี่สาว รวมถึงคนรักและเพื่อนๆที่คอยจับมือให้กำลังใจ เพื่อนพี่น้องในทุกวงการ ผู้ใหญ่ที่สถานี ครู อาจารย์ที่เคารพรัก และใครต่อใครอีกมากมาย ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาถึงวันนี้เวย์ไม่รู้หรอกคะว่า อะไรมันจะเกิดขึ้นบ้าง แต่เวย์ก็จะทำมันให้ดีที่สุด แม้การเป็นมะเร็ง มันจะทำให้เวย์ทุกข์ แต่ในความทุกข์ มันก็มีแง่มุมที่งดงาม เพราะมันทำให้เวย์ได้เรียนรู้ในทุกๆวัน และยังทำให้เวย์ได้พบกับมิตรภาพ ที่เงินก็ซื้อไม่ได้ และสุดท้ายมันทำให้เวย์ได้รู้ซึ้งความหมาย ของการดำรงชีวิตอยู่ ที่มันไม่ใช่แค่เพื่อตัวเวย์เอง “แต่ทำเพื่อผู้หญิงคนนึง ที่สามารถทำให้เวย์ได้ทุกๆอย่าง นั่นคือ แม่ และ พ่อ ”







สุดท้ายเวย์ขอใช้โอกาสตรงนี้ ขอบคุณทุกๆคนโดยเฉพาะครอบครัว ที่คอยทุ่มเท ดูแล เอาใจใส่เวย์ทุกอย่าง ขอบคุณผู้บริหาร ผู้ใหญ่ที่ช่อง NBT ที่เมตตาต่อเวย์มากๆ ขอบคุณอาจารย์ เพื่อน พี่ น้อง ทั้งในแวดวงสื่อมวลชนและแวดวง Event ที่คอยเป็นกำลังใจให้กับเวย์เสมอ ขอบคุณพี่โดม พี่อู้ด พี่ติ๊ก ขอบคุณพี่เอ๋ อาตุ่ย ชีวภัต ขอบคุณครูอ้อยที่จุดพลังบวกให้เวย์ และอีกมากมายที่เอ่ยชื่อไม่หมดจริงๆ ขอบคุณกลุ่มเพื่อนมดงานทุกคนที่ตั้งใจ ทำเสื้อเพื่อช่วยเหลือเวย์ในเรื่องค่าใช้จ่าย รวมถึงเพื่อนๆทุกคน ทุกกลุ่ม ขอบคุณอาจารย์หมอจากศิริราช ขอบคุณอาจารย์หมอจาก รพ. จุฬาภรณ์ และที่ขาดไม่ได้เลย คือกำลังใจจากทุกๆคน มิตรภาพใหม่ๆที่เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ







สำหรับผู้ป่วย อย่าท้อนะคะ เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และสำคัญที่สุดเราต้องมีศรัธทา ให้เชื่อมั่นและแน่วแน่ว่าทุกอย่างมันจะต้องผ่านไปได้ แต่ถ้าวันใดอ่อนแอท้อแท้ ก็แค่ร้องไห้ออกมา ร้องให้พอแล้วรีบเช็คน้ำตาเดินหน้าสู้ต่อไป (เราต้องมีความหวัง มะเร็งเป็นได้ก็หายได้ ) ขอบพระคุณทุกคนจากหัว เวย์ เยาวลักษณ์ กันนิกา









ขอบคุณข้อมูล-ภาพ Way Way Vay

http://www.padtoll.com/4861
Powered by Blogger.