Header Ads

#ช็อกหนักมาก! #หนุ่มคนนี้..โดนดูถูกว่า “ฟันเหยิน หน้าเฮีย ตัวดำ”สารพัดฯ..สุดท้าย ตัดสินใจ”ศัลยกรรมทั้งหน้า ทั้งตัว”จนกลายเป็น”เทพบุตรที่สาวๆกรี๊ด!!”.. ( อ่านต่อ).

Loading...
ช็อกหนักมาก !! หนุ่มคนนี้..โดนดูถูกว่า “ฟันเหยิน หน้าเฮีย ตัวดำ”สารพัดฯ..สุดท้าย ตัดสินใจ”ศัลยกรรมทั้งหน้า ทั้งตัว”จนกลายเป็น”เทพบุตรที่สาวๆกรี๊ด!!”.. ( อ่านต่อ)




วันนี้จะพามาดูหนุ่มหน้าหล่อที่ไปศัลยกรรมมาแล้วแบบว่าหล่อมาก จากคนที่เคยขี้เหล่แบบสุดๆ มาวันนี้เค้าเปลี่ยนไปแบบไม่มีเหลือเคล้าโครงเก่าเลยที่เดียว เป็นเพราะคำด่าและคำดูถูก จึงทำให้เค้าไปศัลกรรมมาจนหล่อขนาดนี้ ลองไปดูเรื่องราวของเค้ากันดีกว่าว่าจะเป็นยังไงเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเค้าบ้าง ลองไปดูกันเรยค่ะ

วันนี้ปาล์มจะมาแชร์เกี่ยวกับประสบการณ์อีกมุมนึงว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ ปาล์มเองต้องเจออะไรมาบ้าง ทำไมถึงต้องแก้หลายๆครั้ง? น่ะคับ



คือ ก่อนหน้านี้ที่มาแชร์ให้ฟังก็ถูกหลายกระแสโหมกระหน่ำ ชมก็มี ด่าก็เยอะ เลยตัดสินใจไม่เข้ามาอ่านคอมเม้นเลย 555 (จิตตกสิ) บ้างก็ว่าหน้าดีอยู่แล้วไม่น่าทำเลย? จัดฟันอย่างเดียวก็พอ? จมูกครั้งที่สองสวยอยู่แล้วจะแก้ทำไม? ตาทำแล้วทำไมยังเหมือนเดิม? บ้างก็ว่าลงรูปเก่ารูปเดียวคงจะเลือกรูปที่ขี้เหร่ที่สุดมาลงก็ได้? เอิ่ม??????? ฯลฯ นานาจิตตัง วันนี้เลยจะมาเพิ่มรูปเก่าๆให้ดูอีกนึดว่าปาล์มถึงจุดที่ควรทำศัลยกรรมละ ยัง? #ด่าได้และจะไม่ด่ากลับ #แต่จะจำ 555

รูปนี้ ม.5 ตื่นมาแจกความสดใส เพราะมีคนเคยกล่าวว่า “ตื่นนอนตอนเช้าจะเป็นความสดใสแบบธรรมชาติที่สุดบนหน้าเรา” สดมากคับ!!





รูป นี้น่าจะขึ้น ม.6 ละ เพราะผมยาวขึ้น สมัยนั้นใช้ N95 8G คือกล้องเทพสุดๆละ ใครมีนี่จัดว่ารวยจัดว่าหล่อมาก ถ่ายเสร็จต่อเข้าคอม แต่ง Photo Scap อัพ Hi5 รอดูคนมาเม้น เท่สุดๆ. แล้วปาล์มล่ะ?ถ่ายเก็บไว้ในเครื่องสิคับ รอไรอยู่ล่ะ 555
ที นี่เข้าใจยังว่าทำไมถึงยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ถึงยอมเจ็บต่างๆนาน ถามว่าผลที่ได้พอใจมั้ยก็พอใจน่ะ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนน่ะที่ประสบความสำเร็จเรื่องศัลยกรรมอ่า ผมเองที่ต้องแก้บ่อยๆเพราะมีเหตุผลน่ะ อย่าเพิ่งด่าเพิ่งประนาม จริงๆล่าสุดก็เพิ่งไปแก้จมูกมาเมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมาอ่ะ แต่เดี๋ยวจะค่อยๆเล่าให้ฟัง หลังจากที่ตัวปาล์มเองได้ผ่านการทำศัลยกรรมมาจนรู้สึกว่าชินละมันคงจะดีละ แต่จริงๆละมันมีผลที่ตามมา เรื่องแรกเลยคือเรื่องการจัดฟัน



อย่าง ที่เห็นน่ะคับ ปาล์มเองเป็นคนฟันไม่สวย เหยินมาก เวลายิ้มก็จะยิ้มแบบไม่ให้เห็นฟันยิ้มแบบเขิลๆไรงี้ (สภาพนี้จะให้ยิ้มแบบมั่นใจได้ไงฟ่ะ) จึงตัดสินใจจัดฟันกับคลินิคๆนึง (ขอเอ๋ยชื่อเลยน่ะคับ) คลินิครักฟัน จ.ตรัง หน้าตลาดท่ากลาง ซึ่งที่เลือกที่นี่เพราะดูโปรไฟล์คุณหมอแล้วจบจากมหาลัยดังอันดับต้นๆของไทย แถวสยาม เลยคิดว่าจะฝากชีวิตไว้ได้ เลยเข้าไปทำจนจัดเสร็จและใส่รีเทนเนอร์ก็ถามคุณหมอว่า “ทำไมฟันล่างมันยังเกๆอยู่อ่ะคับ” หมอก็ตอบว่ามันดึงได้แค่นี้แล้ว เราก็งงๆแอบเอ๊ะใจว่ามันได้แค่นี้ฟ่ะ จนผ่านมีปีนึงก็รู้สึกว่าฟันหน้า 3 ซี่มันโยกๆและเจ็บนิดหน่อย เลยตัดสินใจไปคลินิคทันตกรรมแถวบ้าน (ตอนนั้นย้ายไปเรียนต่อที่ภูเก็ต) หมอก็ทักว่านี่จัดฟันมาแล้วหลอ ฟันล่างดูแย่มาก ทำไมหมอคนแรกถึงจัดออกมาเป็นแบบนี้ แกเลยให้เราไปเอกซ์เรย์มาก่อน ผมเลยไปเอกซเรย์กับ รพ.เอกชนแถวบ้านและเอากลับไปให้คลินิค ผลที่ออกมาคือ



หมอคนแรกไม่เอาฟันคุดออกให้ ฟันล่างเลยออกมาเกเรแบบนี้ คุณหมอที่คลินิคไม่รับผ่าฟันคุดซี่นี้เลยแนะนำไปหาอีกที่นึงซึ่งคงรู้จักกัน พอเราไปเข้าตรวจหมอเค้าก็หมอว่าเคสแบบนี้ยาก หมอคงไม่เสี่ยง ไปรพ.รัฐก็แล้ว เอกชนก็แล้วไม่มีหมอคนไหนที่กล้าจะผ่าให้เราเลย ผ่านไปประมาณ 7 หมอ จนมาหมออาจารย์หมอท่านนึงขอตรวจและอธิบายให้เราฟังว่าถ้าปล่อยไว้มันจะเป็น งี้ๆๆๆ คือถ้าผ่ามันก็จะเสี่ยงหลายอย่างเพราะมันใกล้เส้นประสาทเยอะแยะมากมาย อีกอย่างตอนนั้นทำคางมาแล้วด้วย ซึ่งมันใกล้กันมากอาจจะต้องถอดคางออกก่อน ละค่อยทำใหม่ (เจอแต่เรื่องพีคๆตลอด สึด) หลังจากนั้นหมอให้กลับไปคิดก่อนว่าจะเอาไง ซึ่งผมเองก็ไม่กลัวเจ็บอยู่ละเลยตัดสินใจผ่านะตอนนั้นเลย เลยออกมานั่งรอคิวอีกซักพักกว่าจะได้ผ่าก็คิดฟุ้งซ่าน หน้าเบี้ยวบ้าง ปากชาบ้าง ฟันตายบ้าง ถอดคางบ้าง คือเครียดจริง แล้วการผ่าตัดก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อยโดนเย็บไปหลายเข็มอ่ะ ละกลับบ้านไปพักฟื้นอีก



โหย เป็นช่วงที่ทรมานอยู่พักใหญ่ๆเลย กว่าจะหายกว่าจะตัดไหมกว่าจะอ้าปากได้และกว่าแผลจะหายอีกก็ประมาณ 6 เดือนจึงจะฟันใหม่ได้ หลังจากนั้นผลที่ตามมาส่วนหนึ่งคือหน้าเบี้ยวปากเบี้ยวจนเห็นได้ชัด ก็เริ่มศึกษาเรื่องการจัดฟันใหม่หลายๆคนเลยแนะนำให้เข้าไปปรึกษาที่คณะทันต กรรม มหิดล ซึ่งเราเองก็สะดวกและกะว่าเสร็จธุระต่างๆจะเข้าไป และเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมามีโอกาสกลับตรังเลยแกล้งเอาฟิล์มเอกซเรย์เข้าไป ปรึกษาหมอฟันที่คลินิครักฟันว่าจะมีแนวทางรักษายังไงได้บ้าง แกก็บอกว่าแกคงจะส่งตัวเราไปถอดฟันที่ รพ.ก่อน ละรอแผลหายจึงจัดฟัน โดยเริ่มต้นจะให้ติดเครื่องมือขยายขากรรไกร 15,000 และจ่ายเดือนละ 500 จนห่างเต็มที่และมาติดเครื่องมือ 1x,xxx ละจ่ายเดือนละพัน เราก็ฟันแกพูดไปเรื่อยๆจนจบ เอิ่ม! หมอ ครั้งก่อนผมก็จ่ายแบบนี้ทำแบบนี้เหมือนที่หมอบอกแหละคับ แล้วเป็นไงล่ะพินาศยกปาก จะให้ผมมั่นใจในตัวหมอได้ยังไงละคับ จัดออกมาแบบเฮียๆแบบนี้ ใครเจอแบบผมก็คงต้องเข็ดเหมือนกันแหละ ไม่มีใครอยากเจ็บตัวซ้ำซ้อนและอยากเสียตังค์หลายๆรอบหรอก #เสียดายตังค์กว่าจะหามาได้ ทนเจ็บปากเป็นแรมปี เจอเรื่องพีคๆแบบนี้เข็ดจริงๆ สำหรับเรื่องฟันยังไงก็ศึกษาหมอกันดีดีน่ะคับ อย่ามาพลาดเหมือนปาล์มล่ะ
เรื่อง ต่อมาก็คงเป็นเรื่องผิว ก็คงเห็นแล้วว่าปาล์มเองเป็นคนผิวไม่ดีมาตั้งแต่เด็กก็สรรหาทุกกรรมวิธีแหละ ตามประสาเด็กเพื่อให้เราขาวขึ้น ใสขึ้น ขัดผิวมะขาม ดินสอพอง ทุกอย่างแหละจนมาถึงการลอกผิว ซึ่งยอมรับว่ามันขาวขึ้นจริงๆ แต่ผลที่ตามมาก็มีเช่นกันเพราะเราเองก็รู้สึกได้ว่าผิวมันแดงหน้ามันแดงและ ไวต่อแดดเลยเป็นเหตุผลที่ไม่อยากแนะนำเรื่องการลอกผิว จนตัดสินใจเข้าไปหาหมอผิวพรรวคลินิคสีส้มๆที่มีป้า ก เป็นพรีเซนเตอร์ หมดไปหลายแหละทั้งฉีดทั้งกินทั้งเลเซอร์จนรู้สึกว่ามันไม่ได้ผล และน้าเองก็คงสงสารเลยซื้อครีมธรรมดาให้ใช้ เราเรียกกันว่าครีมผีบอก 555 ตอนแรกคือโนกับครีมพวกนี้มากเพราะปกติติดเคาน์เตอร์แบนรด์ แต่กี่แบรนด์ๆก็แพ้หน้าแดงขึ้นผื่นตลอดเพราะเรากลายเป็นพวกผิวแพ้ง่ายไปแล้ว เลยตัดสินใจเอาว่ะลองใช้ดู สรุปใช้ไปซักพักมีคนทักว่าขาวขึ้นใสขึ้นใช้มาตลอดจนเกือบ 5 ปีได้ละเลยตัดสินใจหาแหล่งที่มาของครีมตัวนี้เพื่อนำมาขาย แต่เค้าไม่ยอมปล่อยสูตรนี้สิ เลยลงทุนนำครีมนี้แหละไปทดลองและต่อยอดออกมาเป็นครีมในแบรนด์ของเราเอง แต่ปัญหาคือพอทำออกมาแล้วใครจะกล้าใช้ว่ะเพราะมันโนเนม มันก็จริงเพราะก่อนเราเองจะใช้เราก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกัน เลยขายได้เฉพาะคนรอบข้างที่เห็นว่าเราใช้จริงและคนกลุ่มนี้ก็ตกมาเป็นลูกค้า ประจำของเรามาโดยตลอด จริงๆคือถ้าลองเปิดใจไม่ยึดติดแบบปาล์มเมื่อก่อน คุณก็จะพบสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่าเดิม อยากจะทำออกมาขายทุกตัวเลย ที่เราเคยใช้มาแล้วมันได้ผลจริงๆอ่ะ บางตัวคือมันดีจริงๆ



อันนี้แนะนำน่ะคับในเพจ Palmery Official
ผิวมันศัลยกรรมไม่ได้ แต่เราดูแลมันได้
ต่อ มาก็เรื่องจมูกเนอะ จริงๆปาล์มเพิ่งแก้จมูกมาอีกครั้งเมื่อกันนี้ 16 ตุลาที่ผ่านมา หลายคนที่เคยเห็นรีวิวก็บอกว่าจมูกทรงสวยมาก ชอบไรงี้ แต่ผลเสียมันก็มี เราเองก็รู้มาดดยตลอดคือเพราะด้วยปลายมันสูงมันเชิ่ดปลายมันก็เลยแดง ปาล์มเองก็เสียดายแต่มันคงไม่เข้ากับเราจริงๆแหละเลยตัดสินใจแก้อีกครั้งที่ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ เพราะทั้งหน้าปาล์มก็เริ่มทำที่นั้นมาตั้งแต่แรก จะแนะนำที่ละอย่างเลยน่ะคับเพราะหลายคนทักมาถามเยอะมาก และบางทีปาล์มเองก็ไม่ทันสังเกตหรือตอบกลับข้อความว่าทำอะไรที่ไหนกับหมอคน ไหนไรงี้



ตาและปาก กับคุณหมอ นายแพทย์สิทธิชัย โชคดีสัมฤทธิ์ คุณหมอน่ารักคับ ชวนเราคุยและแนะนำเราตลอด
คาง กับคุณหมอกีรพรรดิ ภิรมย์ไกรภักดิ์ หมอกีติดกวนๆหน่อย แต่แกก็ใส่ใจคนไข้มาก จำได้ว่าวันนั้นพยาบาลเอาคางไซต์ M หญิงมาให้
แก ก็บอกว่าไปหาไซต์ M ชายมาให้ได้ เราก็นอนรอนานมากจนพยาบาลกาเจอ ได้ข่าวว่ามีอันเดียวด้วย ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะมีอะไรก็ทำไปอย่างนั้นแล้วก็ได้ 555
และ รอบนี้เลือกแก้จมูกกับคุณหมอกิตติศักดิ์เพราะคุณหมอแนะนำเราแล้วรู้สึกว่า ที่แกพูดมามันคือเรื่องจริงไม่ว่าจะเรื่องทรงที่ไม่เหมาะกับปลายจมูกของเรา หรือเรื่องอื่นๆ ซึ่งคราวนี้ปาล์มเลือกแก้ซิลิโคนเกรดพรีเมียมแบบเทคนิคพิเศษของทางโรงพยาบาล เป็นซิลิโคนแบบเหลาเพื่อจะได้เข้ากับรูปหน้าเรา หลักๆที่เลือกกลับมาแก้ที่ รพ.เลอลักษณ์เพราะโรงพยาบาลสวย 5555 เปล่าหรอก จริงๆเค้าวางยางสลบทุกอย่างเลยไม่เจ็บไม่น่ากลัว เพราะคลินิคทั่วไปไม่สามารถวางยาสลบคนไข้ได้และปาล์มเองเป็นคนกลัวเข็ม (กลัวจิงๆ) หลังจากเข้าไปนัดคิวแล้วคุณหมอไม่ว่างติดเคสทำนมอีกหลายวันกว่าจะได้ทำ โอ้วๆๆๆ เลยจัดการเลเซอร์หน้ากับฉีดโบท๊อกอัดเมโสแฟตไปก่อนจะได้เข้ากับจมูกใหม่ 555 ผ่านมา 2 วันรู้เลยว่าเลเซอร์เค้าดีจริงๆรอยแดงหายเกลี้ยงเลย อันนี้ชอบและรู้สึกว่าจะต้องมาทำอีก 555 และแล้ววันนี้วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง ถามว่าตื่นเต้นมั้ย ฮึ ชินละแต่กลัวและจิตตกว่ามันจะสวยมั้ย? จะบวมมากมั้ย? จะเบี้ยวมั้ย? ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของคนทำจมูกอยู่แล้วที่จะจิตตกกับเรื่องพวกนี้



จำ ได้ว่าหลังจากฟื้นปุ๊บก็ให้คนรอบข้างถ่ายรูปให้ดูเลย 555 คืออยากรู้มากว่าตอนนั้นทรงที่ออกมาเป็นยังไง พยาบาลก็บอกว่าคุณหมอเหลาออกมาสวยมาก เราเองก็ตื่นเต้นว่าจะเป็นยังไงน่ะ เลยรีบออกมาหากระจก สึด สก๊อตเท๊ปติดอยู่ดูไม่ออกอีก
หลังจากนั้นก็ขับรถกลับบ้านละให้เพื่อนช่วยดู



ปัจจุบันเป็นแบบนี้



http://do.upyim.co/103309/
Powered by Blogger.