Loading...

#เปิดภาพเจ้าปัญหา!!! "สาวชุดกิโมโนเปลือยครึ่งอก" ต้นเหตุทำรองอธิบดีฯอดใจไม่ไหว ต้องฉกกลับบ้าน จนเป็นเรื่องฉาวข้ามประเทศ (รายละเอียด).



จากกรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก่อเหตุขโมยภาพเขียนมูลค่า 15,000 เยน จำนวน 3ภาพ จากโรงแรมในนครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดมีแหล่งข่าวเปิดเผย 1 ใน 3 ของรูปภาพที่นายสุภัฒ ขโมยเป็นภาพสีน้ำของหญิงสาวในชุดกิโมโนเปลือยครึ่งอก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: "บทเรียนญี่ปุ่น กำลังบอกอะไรไทย" ข่าวรองอธิบดีกรมทรัพย์สินฯ ขโมยของในโรงแรม จะมูลค่ากี่บาท ก็ต้องเด็ดขาดทุกครั้งไป!!!.



ทั้งนี้ ขั้นตอนหลังจากนายนายสุภัฒ สงวนดีกุล ถูกควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด เพื่อรออัยการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาล และหากศาลรับฟ้องก็ต้องถูกคุมขัง เพื่อรอวันนัดไต่สวนคดี ขั้นตอนแรกนี้จะใช้เวลาตั้งแต่ 45-90 วัน จึงจะเข้าสู่การพิจารณาคดีของศาล ซึ่งอาจจะโดนโทษจำคุกมากถึง 10 ปี ปรับกว่า 150,000 บาท เพราะตามกฎหมายของญี่ปุ่น ความผิดฐานลักทรัพย์เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 235 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เงินไม่เกิน 500,000 เยน (155,052 บาท) โดยถือเป็นความผิดอันยอมความมิได้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวซึ่งระบุว่า นายสุภัฒ รับสารภาพกับตำรวจญี่ปุ่นว่า ต้องการรูปภาพที่ขโมยจริง ซึ่งตำรวจสันนิษฐานว่า นายสุภัฒเข้ามาพักที่โรงแรมแห่งนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อมาขโมยภาพดังกล่าว


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:กต. เร่งช่วย"รองอธิบดี สุภัฒ" ถูกจับกุมที่ญี่ปุ่นข้อหาขโมยภาพในโรงแรม(รายละเอียด)


ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า ทางกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการอยู่แล้ว โดยเรื่องที่เกิดขึ้นในภาพรวมแล้วไม่ควรกล่าวหาว่าเป็นความผิดของกระทรวงพาณิชย์ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของส่วนบุคคล จะต้องมีการพิจารณาเป็นรายบุคคลไป ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว และหากพิจารณาว่ามีความผิดจริง จะต้องดำเนินการตามกระบวนทางกฎหมาย โดยจะไม่มีการช่วยเหลือให้พ้นความผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ราชการบุคคลดังกล่าวด้วย ส่วนรายละเอียดของบทลงโทษและผลกระทบด้านการค้านั้น ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด

เรียบเรียงโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์


http://headshot.tnews.co.th/contents/bg/221729/
Loading...

No comments:

Post a Comment