Header Ads

#เปิดรังนรก 11 อสูรกายเกิดในไทย ตายในต่างแดน หนีซุกใน 6 ประเทศ ใครอยู่ไหนไปดูกัน(รายละเอียด)...

Loading...
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานผู้ดูแลคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ลงนามไปถึงเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย จำนวน 7 ประเทศ โดยจำนวนสรุปมีประมาณ 19 ราย ที่มีการเคลื่อนไหวและกระทำผิด

ทั้งนี้กลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง โดยยังหลบหนีคดีในต่างประเทศ ได้แก่

น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ โดนคดีมาตรา 112 และหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ได้สัญชาติอังกฤษ ลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่น ล่าสุดยังคงเคลื่อนไหวในเรื่องของการจาบจ้วงสถาบันอย่างต่อเนื่อง

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เป็นอดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอาจารย์พิเศษ สาขาวิชารัฐศาสตร์ ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถูกดำเนินคดี112 นายสมศักดิ์จึงหลบหนีออกจากประเทศไทย ไปยังประเทศกัมพูชา ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศฝรั่งเศส และได้สถานะ “ผู้ลี้ภัย” จากรัฐบาลฝรั่งเศส

นายศรันย์ ฉุยฉาย (ฉายา อั้ม เนโกะ) อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกดำเนินคดีหลังพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและถูก คสช. ออกคำสั่งเรียกให้ไปรายงานตัว ก่อนหลบหนีโดยขอลี้ภัยทางการเมือง และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. 2558 ล่าสุดยังคงเคลื่อนไหวผ่านออนไลน์และจาบจ้วงสถาบันอย่างต่อเนื่อง

จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติโดยเป็นหนึ่งใน 11 คน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดแรกของประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นแกนนำนักศึกษาและเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า "สหายแผ้ว" โดนคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2557 แล้วบินไปฝรั่งเศสเมื่อเดือน มิ.ย. 2557 ก่อนจะได้สถานะ “ผู้ลี้ภัย”จากรัฐบาลฝรั่งเศสในเดือน พ.ย. 2557

นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถูกดำเนินคดีหลังกล่าวปาฐกถา โดยหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา และจากข้อมูลก็พบว่านายจักรภพได้ร่วมกับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย ประกาศก่อตั้งองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย คาดว่า พำนักอยู่ในประเทศแถบยุโรป

นายใจลส์ ใจ อึ้งภากรณ์ อดีตอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกดำเนินคดีพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อนใช้เรื่องราวไปทำงานที่อังกฤษ แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ สุดท้ายได้หลบหนีคดีออกจากประเทศไทยไปยังสหราชอาณาจักร

นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน หรือชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ โดยเคยเป็นแกนนำคนเสื้อแดงในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหลายครั้ง มิหนำซ้ำยังเป็นผู้จัดรายการ และเผยแพร่คลิปเสียง กับคลิปวิดีโอวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ ผ่านโลกออนไลน์หลายครั้ง ปัจจุบันยังอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ แกนนำกลุ่มอาชีวะเพื่อประชาธิปไตย ถูกดำเนินคดีหลังขึ้นปราศรัยบนเวทีการชุมนุมพาดพิงสถาบันฯ ศาลอาญาจึงอนุมัติหมายจับ จึงได้ลักลอบหลบหนีออกจากประเทศไทย และขอผู้ลี้ภัยต่อรัฐบาลกัมพูชา ล่าสุดคาดว่านายเอกภพพำนักอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ ในฐานะผู้ลี้ภัย

น.ส.สุดา รังกุพันธุ์ หรือ อาจารย์หวาน อดีตอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกแจ้งความดำเนินคดีหลังโพสต์ข้อความและภาพในเฟซบุ๊ก หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก่อนถูกออกหมายจับ และได้หลบหนีออกนอกประเทศไปพำนักที่ประเทศลาว ก่อนบินข้ามไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพโดยการปราศรัย ก่อนศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกและได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวออกมา แต่หลังจากศาลทหารกรุงเทพฯ ออกหมายจับ ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. จึงได้หลบหนีออกนอกประเทศไปที่ประเทศลาว

นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ อดีตนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิแรงงาน ถูกออกหมายจับในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังเขียนหนังสือวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ จากนั้นขอลี้ภัยทางการเมืองต่อสำนักงานใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาติ (UNHCR) ที่ประเทศฟินแลนด์ และต่อมาได้รับการอนุมัติถาวรที่มีระยะเวลาครอบคลุม 4 ปี และยังได้หนังสือเดินทางฟินแลนด์ด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.59 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเรื่องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังมีการเปลี่ยนแปลงรัชกาล เป็นรัชกาลที่ 10 ดังนี้ เรื่องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งในสังคมไทยต้องยอมรับว่า สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานหลายร้อยปี หากพูดเต็มปากคือ บ้านเมืองเราที่มีเอกราช มีความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นจุดศูนย์รวมดวงใจประชาชนทุกคน

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ในเวลานี้ประชาชนคนไทยยังมีความเชื่อมั่น ศรัทธา จงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เสื่อมคลาย

เมื่อถามว่า การบังคับใช้มาตรา 112 อย่างเข้มงวด จะทำให้ต่างชาติมาแทรกแซงหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า วัฒนธรรมแต่ละองค์กรแตกต่างกัน เราต้องการเป็นมิตรกับทุกคน แต่เราเป็นแบบนี้ มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นจุดศูนย์รวมจิตใจและเป็นที่รักของคนไทยทุกคน ซึ่งตนเชื่อว่าการจะแทรกแซง หรือไม่แทรกแซง เมื่อคนไทยทุกคนไม่ยอมรับการแทรกแซงและยังยึดมั่นในตัวเอง มิตรประเทศและเพื่อนต้องเข้าใจเรา เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างในสังคมตัวเอง เราเองยังพยายามเข้าใจสังคมคนอื่น คนอื่นต้องเข้าใจสังคมของเรา ส่วนการสร้างภาพลักษณ์ให้สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ในส่วนของรัฐบาลและทุกหน่วยงานไม่จำเป็นต้องสร้างภาพลักษณ์ คือในภาพรวมปัจจุบัน ตนมองที่คนไทยทุกคนมีความเชื่อมั่น ศรัทธา จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นการสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ คงไม่จำเป็น แต่เป็นการกระทำแสดงออกด้วยจิตใจของแต่ละคนที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้

เรียบเรียง ลัทธภพ

http://headshot.tnews.co.th/contents/bg/209336/
Powered by Blogger.